• 29 พฤศจิกายน 2560, 16:58:22 น.
  • admin

โดย...ผศ.ดร.ลักคณา วรศิลป์ชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เราคงได้ยินข่าวมากมายเรื่องเทคโนโลยีจะมาแทนที่คน ตลาดงานเปลี่ยนรูปแบบ งานใดใช้เทคโนโลยีทำได้ งานนั้นบริษัทไม่เลือกจ้างคน ต่อไปอาชีพที่ต้องจ้างคน คืออาชีพที่เทคโนโลยีหรือหุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้ ตอกย้ำความคิดของนายจ้างที่กล่าวว่า ต้องการประหยัดต้นทุน ต้องการจ้างคนเดียวที่เก่งหลายๆ อย่าง คิดเองได้ ทำเองเป็น ไม่ต้องรอคำสั่ง เหมือนเป็นเจ้าของเอง คนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวนับเป็นคนแบบทุนมนุษย์ 4.0 มนุษย์ที่หมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร 

“การเลือกอาชีพ” เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เลือกประเภทงาน แต่เป็นการเลือก “ไลฟ์สไตล์” คนที่สร้างมูลค่าให้กับองค์กรได้ คือคนที่ทำงานซึ่งตนถนัด ชอบ ทำแล้วมีความสุข และยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตนเองด้วย เช่น บางอาชีพทำงานหนักแบบไม่จำกัดเวลา บางอาชีพมีวันหยุดแน่นอน บางอาชีพทำงานด้วยจิตบริการยิ้มแย้ม บางอาชีพเหมาะกับคนที่ชอบพบปะผู้คน บางอาชีพเหมาะกับคนที่ชอบอยู่เงียบ ๆ อาชีพทุกอาชีพมีเส้นทางความสำเร็จ
 


หากคนที่ประกอบอาชีพนั้น ๆ มีความสามารถตรงกับอาชีพที่ทำ กระตือรือร้น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ทุ่มเทฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ เขาจะได้รับค่าตอบแทนมากมาย ตามด้วยความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบและถนัด คนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วในอาชีพ คือคนที่รู้ตัวเองเร็วว่าเหมาะกับอาชีพอะไร และอาชีพใดตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง 

การวางแผนการเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อเชื่อมต่ออาชีพในอนาคต เป็นจุดที่เราต้องช่วยกันคิดจริงจังให้เด็กไทย จุดตัดที่สำคัญคือการตัดสินใจเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย คำถามที่เราต้องหาคำตอบคือ ปัจจุบันเด็กไทยที่เลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย มีความเข้าใจหรือไม่ว่าสาขา คณะ และมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียนนำไปสู่การประกอบอาชีพใด อาชีพนั้น ๆ เขาชอบหรือไม่ อนาคตของอาชีพนั้น ๆ คืออะไรกันแน่ และอาชีพนั้น ๆ จะยังคงมีอยู่หรือไม่ในอนาคต

เราเห็นกันชัดๆ ว่า ปัจจุบันสังคมสนใจแค่ว่า จะสอบติดที่ไหนมากกว่าสอบติดสาขาอะไร และไม่สนใจว่าเรียนไปแล้วจะไปทำอาชีพอะไร และเมื่อเวลาผ่านไปก็มาถามว่า ทำไมเรียนก็เก่ง แต่ไม่เห็นรวย ส่วนเพื่อนที่เรียนไม่เก่งกลับประสบความสำเร็จในการทำงาน คำตอบก็คือ คนที่ประสบความสำเร็จเร็ว ได้แก่ คนที่ค้นพบตนเองเร็วว่า เขาเหมาะกับอาชีพอะไร และเลือกเรียนถูกทาง
 


ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กที่ไม่เคยประกอบอาชีพที่จะทราบว่า ตนเองชอบทำอะไร เหมาะกับอาชีพอะไร เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องช่วยกันวางกลไกการศึกษาให้มีความสมบูรณ์ และส่งเสริมให้เด็กเข้าใจตนเอง เลือกเรียนสิ่งที่ถนัด โดยมีอาชีพที่มีอนาคตดีและสร้างมูลค่าได้รองรับ 

ถึงเวลาแล้วที่ต้องคิดแบบอนาคตเป็นที่ตั้ง แล้วมองแบบย้อนกลับจากอนาคตสู่การตัดสินใจเลือกเรียน เรียกง่าย ๆ ว่า เอาอนาคตเป็นฐาน (Future Based Decision) การวางแผนและกลไกอย่างเป็นระบบจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยมีทุนมนุษย์ที่ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ระบบที่ทำงานสอดคล้องกันแบบย้อนกลับ โดยเริ่มจากตลาดงาน มหาวิทยาลัย โรงเรียน ไปสู่นโยบายด้านการศึกษาระดับชาติ ด้วยมาตรการดังนี้ 

1.กำหนดให้มหาวิทยาลัยเชื่อมท่อต่อกับตลาดงาน ทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน ใกล้ชิดตลาดงาน ผลิตบัณฑิตตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงไป วัดคุณภาพมหาวิทยาลัยจากความสำเร็จของบัณฑิตที่มีงานทำและเป็นที่ต้องการของตลาดงาน และสามารถสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของชาติได้ตามทิศทางไทยแลนด์ 4.0 มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรที่ทันสมัย ตอบโจทย์ตลาดงาน และอาชีพในอนาคต 

2.คิดค้นนโยบายการศึกษาและระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ที่สามารถแยกแยะคุณสมบัติของนักเรียนได้ตามความถนัดและทักษะของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยอาจจัดเป็นกลุ่มของความถนัดและทักษะของนักเรียนที่เหมาะกับอาชีพและสาขาที่เลือกเรียน ไม่ใช่ระบบการคัดเลือกที่ใช้คะแนนสอบเป็นหลักอย่างเดียว ถ้าระบบการคัดเลือกสามารถแยกแยะเด็กให้เรียนในสาขาที่เหมาะกับอาชีพได้ จะลดการสูญเสียทรัพยากรด้านต่าง ๆ เช่น เด็กลาออกระหว่างเรียน หรือเด็กทนเรียนจนจบ แต่ไม่ประกอบอาชีพในสาขาที่เรียนมา
 


3.วางระบบการศึกษาระดับโรงเรียนในทุกมิติ ให้สามารถแยกแยะความถนัดของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเข้าใจตนเอง ค้นหาตนเองให้พบ ก่อนตัดสินใจเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เช่น การวางระบบการจัดการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายของวิชาที่ทำให้เด็กเข้าใจอาชีพ ยกระดับคุณภาพของงานแนะแนวให้เป็นกลไกสำคัญ ในการให้เด็กค้นพบตนเองและเข้าใจอาชีพ ปรับตัวชี้วัดระดับคุณภาพของโรงเรียน เปลี่ยนจากการแข่งขันเทียบคะแนนมาตรฐานการสอบระดับประเทศ เป็นการวัดความสำเร็จว่าโรงเรียนใดสามารถแยกแยะความถนัดของเด็กได้ และทำให้เด็กเลือกอนาคตของตนเองได้ถูกทาง เลือกเรียนได้ถูกต้อง เพราะสิ่งนี้คือการสร้างทุนมนุษย์ที่เข้มแข็งให้กับประเทศชาติ 

4.จัดทำศูนย์กลางข้อมูลด้านการศึกษาต่อ เพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักเรียนได้ใช้ศึกษา เป็นแนวทางในการแนะนำบุตรหลาน ประเทศไทยขาดศูนย์กลางแหล่งข้อมูลทางด้านการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศที่เชื่อถือได้ ขาดข้อมูลแนวโน้มตลาดงาน ขาดข้อมูลแนวโน้มอาชีพ ปัจจุบันข้อมูลต่าง ๆ มีมากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งยากที่ผู้ค้นหาจะแยกแยะได้ว่า ข้อมูลเชื่อถือได้หรือไม่ หากศูนย์กลางข้อมูลนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ร่วมมือกับเอกชน จะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการสร้างคนให้ถูกทิศทาง 

5.ลดแรงกดดันของสังคม ลดอิทธิพลของคนข้างบ้าน ให้เด็ก มีโอกาสค้นพบตนเอง และตัดสินใจเรียนบนความถนัดของตนเอง แต่ต้องอยู่บนรากฐานของคำแนะนำและการดูแลให้เลือกเรียนสาขาที่มีงานทำและอนาคตที่ดี

และ 6.ปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคม ไม่ใช่เด็กที่เรียนหมอและเด็กสายวิทย์เท่านั้นที่เก่งและประสบความสำเร็จ เด็กทุกแผนกการเรียนล้วนมีความสามารถ มีความถนัดที่แตกต่าง เด็กมีโอกาสสร้างความสำเร็จในทุกอาชีพ หากเขาได้ รับการส่งเสริมให้ถูกทาง 

การมองแบบย้อนกลับโดยตั้งต้นจากอนาคต เชื่อมโยงความถนัด และเลือกสาขาที่เรียนให้ตรง จะเป็นวิธีการที่ช่วยให้ประเทศไทยลดปัญหาเรื่องการตกงาน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเป็นเส้นทางการพัฒนา “คน” ให้ตอบโจทย์ทุนมนุษย์ 4.0 ตามทิศทางไทยแลนด์ 4.0

ผศ.ดร.ลักคณา วรศิลป์ชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ผศ.ดร.ลักคณา วรศิลป์ชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

บทความน่าสนใจ
Personalized Learning   การศึกษาที่มีทางออก

Personalized Learning การศึกษาที่มีทางออก

นักเรียนพันธุ์ใหม่ ทักษะชีวิต สำคัญกว่า เรียนเก่ง

นักเรียนพันธุ์ใหม่ ทักษะชีวิต สำคัญกว่า เรียนเก่ง

บริษัทชั้นนำหลายประเทศทั่วโลก เช่น Google IBM Chevron พบว่า พนักงานที่สามารถสร้างคุณค่าและทำให้องค์กรประสบความสำเร็จไม่ใช่พนักงานที่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน (Hard Skills)
นักเรียนพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง (ตอนที่ 1)

นักเรียนพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง (ตอนที่ 1)

โลกอนาคต 4.0 เป็นโลกที่ต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง นักเรียนที่จะอยู่รอดได้ในอนาคตต้องมีสมรรถนะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปรับตัวอยู่บนความไม่แน่นอน
นักเรียน 4.0 โรงเรียนพร้อมหรือยัง?

นักเรียน 4.0 โรงเรียนพร้อมหรือยัง?

ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบสิ้นเชิงของการศึกษา (Education Disruption) เกิดจากหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่เฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี
Find us on Facebook