• 25 มกราคม 2561, 17:28:27 น.
  • admin


 

ประเด็นที่รัฐบาลประกาศนโยบายลดการสนับสนุนสาขาที่เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ น่าจะเป็นการจุดประกายว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาแบบยกเครื่อง นั่นเพราะโลกเปลี่ยน อนาคตมีตลาดงานที่ไม่แน่นอน หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทำงานแทนคนได้ รูปแบบความต้องการของตลาดงานเปลี่ยนแปลงไปตามโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  การศึกษาจึงต้องเปลี่ยนตาม และมหาวิทยาลัยต้องเลิกสอนสาขาที่ไม่มีงานทำ แต่รัฐบาลต้องมีนโยบายและกระบวนการรับฟังข้อมูลและร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อให้ทราบความต้องการของตลาดงาน   

 

 

       แม้นโยบายรัฐที่พิจารณาให้การสนับสนุนสาขาที่มีงานทำจะเป็นทิศทางที่ถูกต้องสำหรับโลกในอนาคต แต่ก็ต้องวางแผนให้เป็นระบบและเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาระดับประถมศึกษาจนต่อยอดมาถึงระดับมหาวิทยาลัย การพัฒนาเด็กให้ตอบโจทย์จึงต้องนำเอาอนาคตมาเป็นตัวตั้ง แล้วถอดรหัสออกมาเป็นการวางแผนทั้งระบบตามลำดับขั้น ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่เรายังนำเรื่องตลาดงานและเรื่องอาชีพเข้ามาสอดแทรกในการเรียนขั้นพื้นฐานน้อยมาก ดังนั้นจึงมีเด็กนักเรียนจำนวนมากเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัยทั้งๆ ที่ไม่ทราบว่า จบแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง ส่งผลให้เรามาถึงจุดนี้...จุดที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วไม่มีงานทำ ส่วนหนึ่งของปัญหาคือ เด็กนักเรียนไม่เข้าใจวิธีการเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย จึงเลือกเรียนสาขาตามค่านิยมเดิมๆ และเลือกชื่อมหาวิทยาลัยมากกว่าเลือกสาขาที่อยากเรียนจริงๆ

 

 

        ต้องยอมรับว่าเด็กไทยมีความรู้เกี่ยวกับอาชีพและตลาดงานน้อยมาก เพราะความรู้ทางด้านอาชีพและตลาดงานไม่ได้ถูกสอนอย่างเป็นระบบในระดับมัธยมศึกษา ต่างจากฟินแลนด์ ประเทศที่ระบบการศึกษาได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพมากที่สุดในโลกที่ให้ความสำคัญในการสอนเรื่องอาชีพและการค้นพบความสามารถของตนเอง โดยสอดแทรกหัวข้อด้านอาชีพในรายวิชาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา รวมทั้งมีการจัดแผนการเรียนสอน การจัดกิจกรรม การให้คำแนะนำแบบรายตัว และทำความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อให้นักเรียนใกล้ชิดกับภาคปฏิบัติและตลาดงาน

แจ๊ค หม่า ได้ให้ความเห็นว่า ระบบการศึกษาต้องปรับตัวให้ทัน ไม่ใช่เป็นโรงงานผลิตบัณฑิต และทิศทางการเติบโตของธุรกิจจะไม่ไปในทิศทาง Made in China หรือ Made in Thailand อีกต่อไป แต่จะเป็น Made in Internet เพราะโลกได้ก้าวไปสู่อีกยุคที่ภาคธุรกิจต้องการคนทำงานได้จริงโดยไม่คำนึงถึงปริญญา และจะต้องมีความเชี่ยวชาญรอบด้านที่ทันสมัย ถึงจะเป็นคนของอนาคตได้ นโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนสาขาที่มีงานทำจึงเป็นเป้าหมายที่ดีในระยะยาวสำหรับการพัฒนาความแข็งแกร่งด้านทุนมนุษย์ให้กับประเทศชาติ ทว่ารัฐก็ต้องกำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ในการปรับระบบการศึกษาตั้งแต่ขึ้นพื้นฐานถึงระดับมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกันด้วย

        ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องทบทวนระบบการเรียนในระดับโรงเรียน โดยให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ด้านอาชีพมากขึ้น ให้คำแนะนำเด็กนักเรียนแบบรายตัว เพื่อที่เด็กจะได้ค้นพบตนเอง อันเป็นการส่งเสริมกลไกการแนะแนวของโรงเรียนให้มีคุณภาพที่เข้มแข็งและบูรณาการร่วมกับภาควิชาการ เพื่อที่ลูกหลานของเราจะได้ไม่ประสบปัญหาที่ว่า “เรียนจบแล้วแต่ไม่มีงานทำ”

 

โดย  ผศ.ดร. ลักคณา วรศิลป์ชัย 

Credit Photo : mediabistro

 

บทความน่าสนใจ
Personalized Learning   การศึกษาที่มีทางออก

Personalized Learning การศึกษาที่มีทางออก

นักเรียนพันธุ์ใหม่ ทักษะชีวิต สำคัญกว่า เรียนเก่ง

นักเรียนพันธุ์ใหม่ ทักษะชีวิต สำคัญกว่า เรียนเก่ง

บริษัทชั้นนำหลายประเทศทั่วโลก เช่น Google IBM Chevron พบว่า พนักงานที่สามารถสร้างคุณค่าและทำให้องค์กรประสบความสำเร็จไม่ใช่พนักงานที่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน (Hard Skills)
นักเรียนพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง (ตอนที่ 1)

นักเรียนพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง (ตอนที่ 1)

โลกอนาคต 4.0 เป็นโลกที่ต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง นักเรียนที่จะอยู่รอดได้ในอนาคตต้องมีสมรรถนะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปรับตัวอยู่บนความไม่แน่นอน
นักเรียน 4.0 โรงเรียนพร้อมหรือยัง?

นักเรียน 4.0 โรงเรียนพร้อมหรือยัง?

ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบสิ้นเชิงของการศึกษา (Education Disruption) เกิดจากหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่เฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี
Find us on Facebook